Stéphane Mallarmé - Toute L’Âme Résumée

โพสต์เมื่อ วันอาทิตย์ ที่ 5 กันยายน 2553 เวลา 19:46 | เข้าชม 722 ครั้ง


Portrait of Stéphane Mallarmé
Portrait of Stéphane Mallarmé by Édouard Manet
Photo source: http://commons.wikimedia.org

เมื่อไม่นานมานี้ ได้ไปดูนิทรรศการภาพ The Birth of Impressionismที่ De Young Museum แล้วประทับใจคำบรรยายภาพเหมือนของ Stéphane Mallarmé ที่ Manet วาดเหลือเกิน นัยว่า Mallarmé ชอบภาพที่ Manet วาดให้มากจนเขียนกลอนบทนี้ขึ้นมา

กลอนของ Mallarmé สละสลวยเพราะพริ้งเหมือนกับดนตรี ส่วนความหมายนั้น ตัวเองบอกไม่ถูกว่าทำำไมอ่านแล้วนึกถึงปรัชญาพุทธศาสนา ถึงความไม่เที่ยงแท้ของชีวิต ของสรรพสิ่ง โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายที่คัดมาทำให้นึกถึงคำที่ว่า “ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์”

อีกบันทึกเก็บตกที่อยากเอามาฝากค่ะ

 
“Toute l’âme résumée
Quand lente nous l’expiron
Dans plusieurs ronds de fumés
abolis en autre ronds

Atteste quelque cigare
Brûlant savamment pour peu
Que la cendre se sépare
De son clair baiser de feu…”

All the soul that we evoke
When we shed it lingering
Into various rings of smoke

Testifies to some cigar
Burning with much artifice
As the ash falls away far
From its lucid fiery kiss...”


Reference: Stéphane Mallarmé - Collected Poems and Other Verse, by E.H. and A.M. Blackmore, Oxford, 2006, pp. 210-211.

 


แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิกใหม่ | เข้าสู่ระบบ
  • toichatpet
    mycolor

    เมื่อไรจะถ่ายภาพดอกบัวได้เหมือนภาพของโมเน่ห์หน๊ออออ

    ถึงว่าดิ นี่มีภาพนี้อีกที่ ชอบมากๆ เพราะแสงเงา การวางองค์ประกอบ เหมือนที่เค้าสอนให้เราการถ่ายภาพเลย ทึ่ง
    ของเราใช้กล้องดิจิตัล คลิ๊กเดียว แล้วเข้ามาโปรเซสต่อในบ้าน นี่เค้าต้องยืนวาดอยู่ข้างนอกนะเนี่ยะ หนวดแข็งไปกี่รอบก็ไม่รู้ เจ๋งจริงๆ

    http://s310.photobucket.com/albums/kk438/dreamachiever62/?action=view&current=MonetMagpie2.jpg" target="_blank" rel="nofollow">http://i310.photobucket.com/albums/kk438/dreamachiever62/MonetMagpie2.jpg" border="0" alt="Monet Magpie">
    Claude Monet - The Magpie (1868-69)

    โพสเมื่อ 6 ก.ย. 53 เวลา 12:04
  • mycolor

    เมื่อไรจะถ่ายภาพดอกบัวได้เหมือนภาพของโมเน่ห์หน๊ออออ

    โพสเมื่อ 6 ก.ย. 53 เวลา 11:47
  • toichatpet
    mayom

    วันนี้ตรูดป๊ะแตก 2 ทีแล้ว วันอะไรฟระเนี่ย

    อะน่ะ โอ๋ๆๆๆ

    โพสเมื่อ 6 ก.ย. 53 เวลา 02:46
  • mayom

    ดอกบัว ภาพนี้จำได้ครับ วันนี้ตรูดป๊ะแตก 2 ทีแล้ว วันอะไรฟระเนี่ย

    โพสเมื่อ 6 ก.ย. 53 เวลา 02:42
  • toichatpet
    mayom

    คนไทยอ่านว่าโมเน่ต์ ใช่มั๊ยครับ

    ไม่ช่าย คนละคน

    คนนี้ เอดัวร์ มาเน่ต์ (Édouard Manet - 1832-1883) มาก่อน โคล้ด โมเน่ต์ (Claude Monet - 1840-1926) จิตรกร Impressionist ที่คนรู้จักกันแพร่หลายในหลายรูปแบบ ทั้งโปสการ์ด ทั้งของที่ระลึก

    ตัวอย่าง ภาพที่โด่งดังเป็นที่รู้จักของ มาเน่ท์ คืออย่างภาพนี้ - A Bar at the Folies Bergere (Un bar aux Folies Bergère) - 1882
    http://s310.photobucket.com/albums/kk438/dreamachiever62/?action=view&current=a_Bar_at_follie_Bergere.jpg" target="_blank" rel="nofollow">http://i310.photobucket.com/albums/kk438/dreamachiever62/a_Bar_at_follie_Bergere.jpg" border="0" alt="Manet - A bar at follie bergere">

    ส่วนภาพของ โมเน่ท์ ที่รู้จักกันดีก็อย่างภาพ Water Lilies (Nympheas) - 1916 นี่จ้ะ

    http://s310.photobucket.com/albums/kk438/dreamachiever62/?action=view&current=monet146.jpg" target="_blank" rel="nofollow">http://i310.photobucket.com/albums/kk438/dreamachiever62/monet146.jpg" border="0" alt="Claude Monet - Water Lilies">

    โพสเมื่อ 6 ก.ย. 53 เวลา 02:36
  • mayom

    คนไทยอ่านว่าโมเน่ต์ ใช่มั๊ยครับ เมื่อไหร่จะมีซักชิ้นประดับบ้านมั่งว๊าาาาา พี่จงคร๊าบบบบ เขียนให้รูปซิ แฮ่ แฮ่

    โพสเมื่อ 6 ก.ย. 53 เวลา 01:55
  • toichatpet
    mycolor

    นี่ถ้าไม่บอกหรืออธิบาย ผมคงคิดไมุ่ถึงขนาดนั้นนะเนี้ย 555

    พี่ก็โม้ๆ พกลม ไปแหละ 555 ความเห็นส่วนตัว แฮ่ะๆ

    โพสเมื่อ 6 ก.ย. 53 เวลา 00:24
  • mycolor

    อธิบายได้ลึกซึ้งดีครับ เรื่องภาษาเป็นอะไรที่ต้องตีความกันหลายตลบ นี่ถ้าไม่บอกหรืออธิบาย ผมคงคิดไมุ่ถึงขนาดนั้นนะเนี้ย 555

    โพสเมื่อ 6 ก.ย. 53 เวลา 00:20
  • toichatpet
    mycolor

    เรื่องกาพย์กลอน บทกวีนี่ ผมเข้าไม่ถึงจริงๆ 55 ขนาดภาษาไทยยังมึน ภาษาอังกฤษยิ่งไปใหญ่ 555 แต่พออ่านตรงที่ "ที่ใดมีรัก ที่นั้นมีทุกข์" ก็พอเข้าใจอะไรขึ้นเยอะเลยครับ ^^

    ฝึกๆ ไปคุณน้อง พี่ชอบบทกวี แต่ไม่ถนัดเรื่องแต่ง ไม่งั้นจะร่ายแปลเป็นภาษาไทยซะหน่อย นี่ไม่กล้า กลัวอรรถรสเค้าเสีย วรรณศิลป์เป็นส่งงดงามไม่แพ้ศิลปะแขนงอื่น การอ่านและซึมซับอรรถรสและความหมายทำให้เราได้ขัดเกลาจิตใจให้อ่อนโยน สำหรับบทกวีของมาร์ลาเม่นี่ ไม่เข้าใจก็ไม่แปลก เพราะเค้าลือลั่นในเรื่องความสลับซับซ้อน มีคนยกให้เค้าเป็นต้นแบบของบทประพันธ์แบบ Symbolism ซึ่งเชื่อว่างานประพันธ์หรือศิลปะ ควรจะมุ่งแสดงถึงความเป็นจริง โดยผ่านการสื่อแบบอ้อมๆ (เข้าใจป่าวหว่า แปลเอาเอง) ถ้าจะให้พี่ตีความหมาย กลอนบทนี้เค้าพูดถึง ควันบุหรี่ (ซิก้าร์) (ซึ่งทำให้พี่นึกถึงภาพขาวดำ มือคีบบุหรี่ของมาย เมื่อนานมาแล้ว) ว่าควันที่เราพ่นออกมา มันเหมือนกับ ตัวแทนของจิตวิญญาณของเรา (ลมหายใจ) ที่เกิดขึ้นแล้วก็สลายไป มีควันวงใหม่มาทดแทนเรื่อยๆ ตัวเราก็คงเหมือนซิการ์ที่เผาตัวเองมอดไหม้ไปทุกวัน คือแก่ตัวลง นับวันร่างกายนั้นก็มีแต่รอวันแยกจากลมหายใจในวันหนึ่ง สำหรับประโยคที่ว่า "As the ash falls away far, From its lucid fiery kiss..." นั่นก็อาจมองได้อีกแง่นึงว่าเป็นการพรากจากรอยจูบอันร้อนผ่าวของคนรัก ก็เป็นได้ ถึงทำให้คิดถึงคำที่ว่า ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ แฮ่ะๆ อันนี้ คิดเอาเอง ผิดถูกไม่รู้นะ

    โพสเมื่อ 5 ก.ย. 53 เวลา 23:41
  • toichatpet
    mycolor

    ภาพวาดงามจริงๆ ทั้งแสงเงา การลงฝีแปรง เค้ากำลังอ่านหนังสือเหรอครับคุณพี่

    ก็ Manet นี่ถือว่าเป็นบิดาของศิลปะแบบ Impressionism นี่นะ ค้นหาภาษาไทย แปลว่า "ลัทธิประทับใจ" ซึ่งไม่เข้าใจอยู่ดี สรุปก็คือเป็นแนวศิลปะของภาพวาดที่เกิดในสมัยปลายศตวรรษที่ 19 ต้น 20 สมัยนั้นถือว่าฉีกแนวทีเดียว พี่ว่าลัทธินี้มีอิทธิพลกับการถ่ายภาพสมัยต่อๆมา ถ้าจะเปรียบก็คงเหมือน Ansel Adams กับการเสนอภาพถ่ายธรรมชาิติแบบชัดลึกกระมัง สมัยนั้นศิลปิน นักเขียน กวี มักจะพบปะสังสรรค์กัน เพื่อสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเสมอๆ และงานของแต่ละแขนงก็มักจะมีอิทธิพลต่อกันเป็นลูกโซ่ มาเน่ กับ มาร์ลาเม่ ก็เหมือนกัน มาเน่มักจะมาที่บ้านมาร์ลาเม่ในบ่ายวันเสาร์ แล้วก็สนทนากันอย่างนี้เป็นประจำ ภาพนี้คงเป็นมาร์ลาเม่ อ่านกลอนของเค้าให้มาเน่ฟังมั้ง นักประพันธ์บ้านเราสมัยก่อนก็เป็นอย่างนี้มั้ง ตกเย็นนัดสังสรรค์กัน อย่างสมัยที่ยังมีนิตยสารฟ้าเมืองไทย สมัยที่หม่อมคึกฤทธิ์ยังทำสยามรัฐ ที่มีนักเขียนอย่าง อบ เชยวสุ ฮิวเมอร์ริสต์กลุ่มนั้น คงนัดกันแถวร้านศรแดง แถวราชดำเนินนะพี่ว่า สมัยเรานี่ก็มี อย่างนักหนังสือพิมพ์จะนัดกินข้าวกันที่ร้าน Front Page แถวปากซอยศาลาแดง ส่วนพวกคนโฆษณาก็คงเจอกันแถว Ad Maker หลังสวนละมั้ง 5555

    โพสเมื่อ 5 ก.ย. 53 เวลา 23:14
  • mycolor

    เรื่องกาพย์กลอน บทกวีนี่ ผมเข้าไม่ถึงจริงๆ 55 ขนาดภาษาไทยยังมึน ภาษาอังกฤษยิ่งไปใหญ่ 555 แต่พออ่านตรงที่ "ที่ใดมีรัก ที่นั้นมีทุกข์" ก็พอเข้าใจอะไรขึ้นเยอะเลยครับ ^^

    โพสเมื่อ 5 ก.ย. 53 เวลา 22:41
  • mycolor

    ภาพวาดงามจริงๆ ทั้งแสงเงา การลงฝีแปรง เค้ากำลังอ่านหนังสือเหรอครับคุณพี่

    โพสเมื่อ 5 ก.ย. 53 เวลา 22:38
Stéphane Mallarmé - Toute L’Âme Résumée
โพสต์เมื่อ วันอาทิตย์ ที่ 5 กันยายน 2553
เวลา 19:46
เข้าชม 722 ครั้ง
การอนุญาต สาธารณะ
Short Url http://a.thaimultiply.com/HJIapo