Myth (Northern Thai Folklore) - หมาขนคำ

โพสต์เมื่อ วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2552 เวลา 22:18 | เข้าชม 1,540 ครั้ง


ไปหาเจอนิทานเรื่องนี้ที่อุ้ย(คุณยาย) เคยเล่าให้ฟังก่อนนอนตอนเด็กๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่ายังมีคนรู้จักอยู่  ตอนแรกนึกว่าเป็นเรื่องของลำพูนเพราะคุณยายเป็นคนจังหวัดนั้น พี่ชายบอกว่าอาจเป็นได้ว่าสมัยก่อนนี้อาณาจักรหริภุญไชยกินขึ้นไปถึงลำปาง ซึ่งก็คงมีส่วน

เรื่องนี้ไปคัดลอกมาจาก คุณแม่ไก่ ที่บล๊อกแก๊ง ขอขอบคุณไว้ที่นี้ค่ะ

นิทานพื้นบ้าน เรื่อง "หมาขนคำ"

นิทานเรื่องนี้เป็นนิทานพื้นบ้านของจังหวัดลำปางเจ้า....

(กาลครั้งหนึ่ง...นานมาก ๆ) มีนายพรานคนหนึ่งได้เลี้ยงหมาตัวเมียไว้หนึ่งตัว ในย่านนั้นไม่มีหมาตัวผู้อยู่เลย วันหนึ่งแม่หมาเกิดตั้งท้องขึ้นมา นายพรานเกรงจะถูกชาวบ้านครหาว่ามีเมียเป็นหมา จึงคิดจะกำจัดแม่หมา บ้านของนายพรานอยู่ในย่านบ้านเหล่าปลดริมป่า คือบ้านเสาสูงแบบเรือนต้นไม้ ราวบันไดปลดเก็บขึ้นไว้บนเรือนเพื่อป้องกันมิให้สัตว์ร้ายขึ้นเรือนไปทำร้ายชีวิตคนบนบ้านได้ เย็นวันหนึ่ง นายพรานปลดบันไดบ้านเก็บไว้บนบ้านโดยทิ้งแม่หมาไว้ข้างล่าง โดยหวังที่จะให้เสือมาคาบแม่หมาเอาไปกิน แม่หมาก็วิ่งหนีไปถึงดอยผาสามเส้าริมดอยวัดม่วงคำ
(เขตอำเภอแม่ทะ) แล้วคลอดลูกแฝดเป็นเด็กสาวน่ารักสองคน แม่หมาก็ไปหาอาหารมาเลี้ยงลูกน้อย และคาบเสื้อผ้าที่ชาวบ้านตากไว้บนราวตากผ้านำไปให้ลูกสาวสวมใส่ ลูกสาวฝาแฝดโตเป็นสาว คนพี่ชื่อ นางเจตะกา คนน้องชื่อนางบัวตอง กิตติศัพท์ความงามของหญิงสาวทั้งสองกระฉ่อนไปถึงในเมือง


เมื่อพระยาเจ้าเมืองทราบข่าว ปรารถนาจะได้ธิดาแฝดไปเป็นมเหสีซ้ายขวา ขบวนวอทองก็ไปรับสองธิดาแฝดที่ดอยผาสามเส้าขณะที่แม่หมาไม่อยู่ ธิดาแฝดบัวตองผู้น้องแสดงความเสียใจร้องไห้คร่ำครวญถึงแม่หมา ส่วนผู้พี่มีทีท่าตื่นเต้นที่มีวาสนาจะได้เข้าไปอยู่ในวัง พระยาเจ้าเมืองได้สร้างปราสาทสองหลังให้นางเจตะกาและนางบัวตองอยู่คนละหลัง

ฝ่ายแม่หมาเมื่อกลับมาถึงผาสามเส้าก็พบว่าลูกสาวหายไป แม่หมาก็เห่าหอนและตะกุยหน้าผาจนเป็นรอยคล้ายเล็บเท้าฝังในเนื้อหินผาที่ชาวบ้านเรียกว่ารอยตีนหมาขนคำร้องไห้หาลูกสาว มาจนทุกวันนี้

พระอินทร์เวทนาแม่หมาจึงเนรมิตให้แม่หมาพูดได้ แม่หมาจึงเดินทางติดตามหาลูกสาวถึงในเมือง แม่หมาได้ถามไถ่ชาวบ้านมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาถึงปราสาทของนางเจตะกา ทหารได้ซักถามแม่หมาว่ารู้จักและเกี่ยวข้องกับนางเจตะกาอย่างไร แม่หมาก็บอกว่านางเจตะกาเคยเป็นนายเก่ามาก่อน ครั้นเมื่อทหารนำความมาแจ้งแก่นางเจตะกา นางเจตะกากลัวว่าจะอับอายที่มีแม่เป็นหมา จึงสั่งให้ทหารทำร้ายแม่หมาจนได้รับบาดเจ็บวิ่งหนีไป


แม่หมาได้รับบาดเจ็บก็วิ่งมาถึงปราสาทนางบัวตอง นางบัวตองรีบวิ่งมารับแม่หมานำเข้าไปในปราสาทเพื่อเยียวยารักษา ให้ข้าวให้น้ำแก่แม่หมา นางบัวตองได้ทูลขอหีบขนาดใหญ่จากสวามีโดยบอกว่าจะเอาไปขนสมบัติที่ผาสามเส้าภายในกำหนดเวลาเจ็ดวัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว นางบัวตองได้นำหีบไว้เป็นที่ซ่อนของแม่หมาในวัง เมื่อครบเจ็ดวันแล้ว แม่หมาทนพิษบาดแผลไม่ไหวก็สิ้นใจตาย พระอินทร์ได้เนรมิตร่างแม่หมาให้กลายเป็นแก้วแหวนเงินทอง เมื่อพระยาเจ้าเมืองพบว่ามีแก้วแหวนเงินทองเต็มหีบ พระองค์ก็โปรดปรานนางบัวตองเป็นอันมาก พระองค์ก็ให้นางบัวตองไปขนสมบัติที่ผาสามเส้าอีกครั้งหนึ่ง นางบัวตองมีความเสียใจที่แม่หมาเสียชีวิต นางจึงคิดจะกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตาย บริเวณข้างล่างของหน้าผาเป็นที่อยู่ของยักษ์ซึ่งป่วยเป็นฝีกลัดหนองเจ็บปวดมาก เมื่อนางบัวตองกระโดดลงไปกระทบกับร่างของยักษ์ทำให้ฝีแตก ยักษ์จึงหายปวดเป็นปลิดทิ้ง ยักษ์จึงมอบทรัพย์สมบัติให้นางบัวตองเป็นอันมาก นางบัวตองจึงนำสมบัติกลับวัง


ฝ่ายนางเจตะกา เมื่อทราบข่าวว่านางบัวตองไปขนสมบัติที่ผาสามเส้า นางก็รู้สึกอิจฉานางบัวตอง นางจึงอาสาพระยาเจ้าเมืองจะไปขนสมบัติที่ผาสามเส้า เมื่อไปถึงผาสามเส้านางเจตะกาก็กระโดดหน้าผาตามที่นางบัวตองแนะนำ ด้วยความที่นางเจตะกามีบาปหนาฆ่าแม่ของตัวเอง ยักษ์จึงจับนางเจตะกากินเป็นอาหาร แล้วยักษ์ก็ไล่กินขบวนช้างม้าตายเกลื่อนเป็นจำนวนมาก สถานที่แห่งนี้จึงเรียกว่าโทกหัวช้างในปัจจุบัน ( อยู่ในเขตอำเภอเมืองลำปาง )

จบแล้วเจ้า...นิทานเรื่องนี้สอนหื้อฮู้ว่า...โลภนัก...ลาภมักหาย เจ้า


แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิกใหม่ | เข้าสู่ระบบ
  • toichatpet
    mycolor

    พึ่งเคยอ่านนิทานพื้นบ้านทางเหนือครั้งแรกนี่แหละครับ เนื้อหาน่าติดตามดีจัง หมาออกลูกเป็นคน 55 สนุกดีครับ ไม่ว่านิทานไหนๆ ก็มักจะมีข้อคิดดีๆเสมอเลย

    จริงๆแหละ พี่เสียดายหน่อยนึงที่การศึกษาของพวกพี่ตอนเด็กเนี่ยะเน้นหนักเรื่องประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของภาคกลางเสียส่วนมาก ซึ่งมันก็ช่วยไม่ได้น่ะนะ เราเลยรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นน้อยไปนิด โชคดีที่เดี๋ยวนี้ได้ยินว่ามีคนหันมาอนุรักษ์วัฒนธรรมลานนากันมากขึ้น ค่อยยังชั่ว

    แต่เรื่องหมาออกลูกเป็นคนเนี่ยะ เด็กผู้ชายรายไหนรายนั้น ไม่ยอมฟังนิทานเรื่องนี้เลย ลูกผู้น้องพี่ที่โตมาด้วยกัน เวลาอุ้ยเล่าทีไรเค้าจะบอกว่า หมาออกลูกเป็นคนเป็นไปไม่ได้แล้วก็ร้องจะฟังเรื่องอื่น ส่วนพี่เนี่ยะนอนตาแป๋วฟังอย่างตั้งใจ ฮ่า ฮ่า ไปสนใจตอนเจ้าเมืองมาแต่งงานกับนางบัวตองมากกว่า ฮ่า ฮ่า

    โพสเมื่อ 5 มี.ค. 52 เวลา 03:30
  • mycolor

    พึ่งเคยอ่านนิทานพื้นบ้านทางเหนือครั้งแรกนี่แหละครับ เนื้อหาน่าติดตามดีจัง หมาออกลูกเป็นคน 55 สนุกดีครับ ไม่ว่านิทานไหนๆ ก็มักจะมีข้อคิดดีๆเสมอเลย

    โพสเมื่อ 5 มี.ค. 52 เวลา 01:20
  • toichatpet
    rungsritakran

    ขอบคุณมากเจ้าคะ เข้ามาอ่านนิทานพื่นเมืองสนุกดีเจ้าคะ

    ยินดีค่ะ แต่จริงๆต้องฟังเป็นภาษาเหนือถึงจะเข้าถึงกึ๋นนะคะ ฮ่า ฮ่า

    โพสเมื่อ 4 มี.ค. 52 เวลา 16:29
  • rungsritakran

    ขอบคุณมากเจ้าคะ เข้ามาอ่านนิทานพื่นเมืองสนุกดีเจ้าคะ

    โพสเมื่อ 4 มี.ค. 52 เวลา 16:19
Myth (Northern Thai Folklore) - หมาขนคำ
โพสต์เมื่อ วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2552
เวลา 22:18
เข้าชม 1,540 ครั้ง
การอนุญาต สาธารณะ
Short Url http://a.thaimultiply.com/w7tOXG